ReadyPlanet.com
dot










ออกแบบ/สั่งทำตามแบบ


ตกแต่งภายใน




บนผิววัสดุ



บ้าน/อาคาร



โรงแรม/รีสอร์ท



ฝ้า/เพดาน/ผนัง



ห้องนอน/ห้องรับแขก



ห้องครัว/ห้องน้ำ



งานป้ายทุกชนิด



ของที่ระลึก



สนใจ



ติดต่อ-สอบถาม



SIAMARTGLASS



0839993335



ยินดีต้อนรับ







ตรวจสอบสถานะ EMS และ ไปรษณีย์ลงทะเบียน







เว็บไซต์สำเร็จรูป siamartglass.com

































***สาระน่ารู้***

วิธีดูแลรักษาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ

การขจัดคราบสกปรกต่างๆในห้องน้ำเป็นเรื่องยุ่งยากพอควรสำหรับคุณพ่อบ้านหรือคุณแม่บ้านมือใหม่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคราบสนิม คราบหินปูน หรือคราบราดำตามร่องกระเบื้องในห้องน้ำ เพราะการใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทั่วไปไม่สามารถขจัดคราบสกปรกออกไปได้ทั้งหมด เรามาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพสูง(แรง) ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศกัน

1.คราบสนิมและคราบหินปูน
ผสมน้ำยาขจัดคราบสนิมและหินปูน กับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 คนให้เข้ากัน จากนั้นใช้แผ่นฟองน้ำจุ่มในน้ำยาให้ชุ่ม แล้วนำไปเช็ดถูบริเวณพื้นผิวที่ต้องการ ทิ้งไว้ราว 2-3 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่ถ้ามีคราบสกปรกมาก ก็ไม่ต้องผสมน้ำยากับน้ำ และควรหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ประมาณสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำยาทำความสะอาดแบบธรรมดาทั่วไป
                                                            
2.คราบตะกรัน
คราบตะกรันภายในโถชักโครกให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโถสุขภัณฑ์ ซึ่งมีให้เลือกทั้งชนิดก้อนและชนิดน้ำ(สีน้ำเงิน) ชนิดก้อนจะใช้งานง่าย เพียงใส่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวลงในแท็งก์พักน้ำ จากนั้นเมื่อกดชักโครก น้ำจะกลายเป็นสีฟ้า เพื่อช่วยทำความสะอาดและให้กลิ่นหอมทุกครั้งที่กดน้ำใช้ ส่วนชนิดน้ำก็มีประสิทธิภาพพอๆกัน แต่การใช้งานจะยุ่งยากกว่าเล็กน้อย โดยต้องแขวนไว้ที่ข้างขอบโถเพื่อให้ตรงกับบริเวณที่น้ำไหลผ่าน แต่เมื่อของเหลวหมด สามารถถอดออกมาแล้วเปลี่ยนขวดใหม่ได้
                                                           
                                                         
3.กรณีเกิดราดำที่พื้นและผนังตามร่องยาแนวในห้องน้ำ
ให้ใช้สเปรย์น้ำยาสูตรฆ่าเชื้อราทิ้งไว้สักครู่ แล้วใช้แปรงขัดทำความสะอาด จากนั้นล้างออกด้วยน้ำ แต่ถ้าสิ่งสกปรกบนร่องยาแนวเกิดจากคราบฝุ่นฝังแน่น คราบสบู่ หรือคราบไขมัน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตรทำความสะอาดยาแนวโดยเฉพาะ โดยผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 4 แล้วนำไปเช็ดตามร่องยาแนว ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นขัดด้วยแปรงที่ขนไม่แข็งมากเกินไป จนทำให้กระเบื้องด่าง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด (ทำซ้ำอีกครั้งได้ในกรณีที่มีคราบสกปรกฝังแน่นมากๆ)
 
                                                          
4.สเตนเลสและโครเมียม
เบื้องต้นให้ใช้ผ้าแห้งชุบน้ำยาหรือครีมขัดเงาอเนกประสงค์เช็ดถูพื้นผิวในบริเวณที่ต้องการ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเคลือบเงาสเตนเลสโดยเฉพาะก็ได้ เพียงสเปรย์หรือใช้ผ้าแห้งสะอาดๆชุบน้ำยาแล้วนำไปเช็ดคราบรอยเปื้อนต่างๆ ก็สามารถคืนความเงางามให้กับอุปกรณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังใช้ได้ดีกับวัสดุประเภทพลาสติกหรือไฟเบอร์กลาสด้วย

ข้อควรระวัง
น้ำยาขจัดคราบสกปรกส่วนใหญ่เป็นอันตรายต่อดวงตาและระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นจึงควรสวมถุงมือยางทุกครั้งที่ใช้งาน หรือเครื่องป้องกันอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยจากสารเคมีดังกล่าว

หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำที่นำมาบอกกล่าวกันนี้ หาซื้อได้ที่โฮมโปร และร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับห้องน้ำชั้นนำทั่วไป
                                                    
                
 
การทำความสะอาดห้องน้ำ
 
                                   
ห้องน้ำเป็นห้องที่ใช้ชำระล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ของร่างกาย หากห้องน้ำเป็นที่สะสมสิ่งสกปรกแล้ว ห้องน้ำก็คงจะเป็นห้องที่น่ารังเกียจสำหรับทุกคน และกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ดังนั้นเรื่องสำคัญที่สุดของห้องน้ำก็คือการดูแลทำความสะอาด

ปัญหาที่พบบ่อยก็คือ ผนังปูนตอนบนที่อยู่พ้นแนวกระเบื้องไปแล้วมักมีรอยด่างดำจากสบู่และแชมพูที่กระเด็นไปติดซึ่งสามารถทำความสะอาดได้โดยใช้น้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำอ่อน ๆ เช็ดเคลือบเอาไว้ทิ้งไว้สักครู่ (5-10 นาที) จึงล้างออก


ปัญหาต่อมาคือเรื่องหินปูนเกาะตามซอกกระเบื้องบริเวณที่โดนน้ำหรือมีน้ำซึมผ่านเสมอๆ อาทิ บริเวณขอบหรือมุมอ่างเก็บน้ำที่ใช้ตักอาบหรือใช้ชำระล้างการทำความสะอาดให้ขูดออกด้วยโลหะแข็งหรือไขควง


หากเป็นบริเวณกว้างและจับแข็งขูดออกยากให้ใช้โซดาไฟหรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของโซดาไฟ หรือคลอรีน ซึ่งมีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด เพื่อละลายคราบต่าง ๆ แต่เวลาใช้งานต้องระวัง เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง อาจทำให้ปูนที่ยาแนวแตกและกะเทาะออกมาได้ ทั้งยังมีกลิ่นฉุนแสบจมูก

ถ้าเป็นไปได้ก็ควรใช้วัสดุยาแนวชนิดเป็นสีแทนเพื่อจะได้ช่วยพรางความสกปรกแต่การใช้วัสดุยาแนวเป็นสี ก็ต้องให้สอดคล้องกับการออกแบบด้วยหรืออาจใช้วิธีจำกัดพื้นที่เปียกให้มีพื้นที่น้อยที่สุดเพื่อประหยัดเวลาในการทำความสะอาด

ในบริเวณส่วนแห้งจะมีคราบสบู่จากการใช้อ่างล้างมือ คราบน้ำจากการออกจากห้องอาบน้ำผ่านส่วนแห้ง ซึ่งต้องมีการเช็ดถูเป็นประจำนั้น ก็สามารถใช้พรมผ้าหรือใยสังเคราะห์รองพื้นบริเวณหน้าอ่างล้างหน้า หน้าห้องอาบน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องคราบน้ำหรือบริเวณหน้ากระจกก็มักมีคราบน้ำสบู่ควรใช้แอลกอฮล์ผสมน้ำหรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกเช็ดให้แห้งเสมอ

เน้นการทำความสะอาดตามซอกกรอบกระจก กรอบบานตู้ หรือองค์ประกอบใด ๆ ที่เป็นไม้เพื่อป้องกันไม้บวมพองหรือผุ หรือเปลี่ยนจากสบู่ก้อนมาใช้เครื่องกดสบู่เหลวชนิดแขวนผนังแบบที่ใช้ตามห้องน้ำสาธารณะแขวนไว้เหนืออ่างล้างมือก็ได้ จะทำให้ทำความสะอาดน้อยลง

บริเวณห้องอาบน้ำที่กั้นด้วยกระจกหรือพีวีซี มักจะหมองด่างด้วยคราบสบู่ ควรเช็ดถูออกด้วยน้ำยาเช็ดกระจก อาจใช้ฟองน้ำเช็ดคราบน้ำออกหลังจากอาบน้ำเสร็จ จะช่วยทุ่นแรงในการทำความสะอาด

ในกรณีที่เกิดเชื้อราดำที่พื้น ผนังห้องน้ำนั้น ก็ให้ขัดด้วยน้ำยาทำความสะอาด แล้วแก้ไขด้วย 3 วิธี ดังนี้
1. แสงสว่างเพียงพอ
2. การระบายอากาศที่ดี
3. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

สำหรับคราบด้านในโถสุขภัณฑ์ก็ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับสุขภัณฑ์โดยเฉพาะ ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อที่โฆษณาว่าใช้แล้วไม่ต้องขัดให้เหนื่อยแรง น้ำยาแบบนี้ต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษสักหน่อยในการใช้งาน เวลาใช้ไม่ควรเทน้ำยาลงโถ แต่ควรเทลงไปที่แปรงขัดแล้วจึงจุ่มแปรงลงขัดที่ปากคอห่านให้ทั่ว และที่สำคัญ หมั่นดูแลทำความสะอาดอย่างน้อย 5-7 วันต่อหนึ่งครั้ง เพื่อว่าห้องน้ำจะได้ดูน่าใช้และปราศจากกลิ่นรบกวน
ขจัดคราบให้อ่างล้างหน้า...ล็อบบี้รับแขกหน้าห้องน้ำ
                       

หากคุณลองเข้าห้องน้ำแล้วสำรวจไปรอบ ๆ เพื่อหาเครื่องสุขภัณฑ์ที่มีคราบต่าง ๆ เกาะหนาที่สุด อันดับต้น ๆ ที่คุณจะเอ่ยออกมา มักจะมีอ่างล้างหน้า ฝักบัว อ่างอาบน้ำ หรือแม้แต่ที่วางสบู่ คิดแล้วน่าประหลาดใจเล็กน้อย พื้นที่ใช้สอยเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นที่ที่จะช่วยให้ตัวคุณสะอาดเอี่ยม แต่ตัวมันเองกลับเป็นจุดที่ยากต่อการรักษาให้สะอาดเสมอได้

ในขณะที่คุณสามารถแอบฝักบัว หรืออ่างอาบน้ำ รวมถึงที่วางสบู่ไว้เบื้องหลังม่านพลาสติกลายดอกไม้ได้ แต่กับอ่างล้างหน้าแล้วล่ะก็ เหมือนกับล็อบบี้ประจำห้องน้ำ ที่ต้องคอยรับแขกอยู่เสมอ แล้วอย่างนี้คุณจะปล่อยให้คราบเกาะอยู่ได้อย่างไร การทำความสะอาดอ่างล้างหน้า คงต้องแบ่งเป็นส่วน ๆ ตามลักษณะวัสดุ เพื่อการเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดและอุปกรณ์ขัดถูที่ต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

ก๊อกน้ำสเตนเลส
วิธีทำความสะอาดส่วนที่เป็นโลหะ ให้ถูด้วยผ้านุ่ม ฟองน้ำ หรือหนังชาร์มัว ชุบน้ำส้มสายชูผสมกับแอลกอฮอล์หรือน้ำยาเช็ดกระจก หากมีคราบหินปูนเกาะอยู่ ให้ใช้น้ำยาขจัดหินปูน หรือผงขจัดตะกรันขัดออก (หาซื้อได้ตามร้านวัสดุและเคมีภัณฑ์) ผสมตามสัดส่วนที่ระบุไว้ที่ฉลาก แต่ต้องระมัดระวังให้ดี เพราะสารขจัดตะกรันนี้ มีกรดฟอร์มิกเป็นส่วนผสม ซึ่งอันตราย ควรใส่ถุงมือไวนิล และป้องกันดวงตาด้วยแว่นนิรภัย พร้อมกับพยายามอย่าให้โดนเสื้อผ้าที่สวมอยู่

ก๊อกน้ำชุบโครเมี่ยม
สำหรับก๊อกน้ำที่ชุบโลหะนั้น ไม่ว่าจะชุบเงิน ชุบทอง หรือชุบโครเมี่ยม ให้ใช้ครีมขัดเงาโลหะขัด และถูออกให้เงางามด้วยผ้านุ่มหรือหนังชาร์มัว ในกรณีที่โครเมี่ยมลอกออก หรือมีร่องรอยขีดข่วนเล็กน้อย คุณขจัดความหม่นมัวเหล่านั้นออกไปได้โดยการใช้สีเคลือบเล็บชนิดใสแต้มลงไปเพื่อเพิ่มความเงา

อ่างล้างหน้า
ใช้ผงสบู่ผสมกับไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ (อย่าลืมสวมถุงมือไวนิลด้วยนะ) ขัดเบา ๆ ด้วยผ้านุ่ม หรือฟองน้ำ หรือหนังชามัวร์ จะช่วยขจัดคราบสกปรกที่เกาะบนพื้นผิวบนหินอ่อนได้ (ยกเว้นว่าหินอ่อนเป็นรอยด่างอย่างรักษาไม่หายแล้ว)
ที่วางสบู่...อนามัยบนคราบสกปรก

จุดที่น่าจะเป็นส่วนที่สะอาดที่สุดในห้องน้ำ คุณคิดว่าน่าจะเป็นที่ไหน? หลายคนคงนึกถึงชั้นวางสบู่แน่นอน แต่ลองเพ่งดูให้แน่อีกที คุณอาจจะมองเห็นบรรดาคราบบางอย่างที่ทำให้คุณชักไม่แน่ใจแล้วว่า ชั้นวางสบู่นี่ เป็นคำตอบสุดท้ายหรือไม่

สบู่ มีไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญ ดังนั้น จึงสามารถดักจับบรรดาฝุ่นละอองและคราบสกปรกอื่น ๆ ได้ง่าย อีกทั้งเมื่อเจอหินปูนที่มากับน้ำกระด้าง จะยิ่งทำให้เกิดคราบเกาะติดเหนียวแน่น ยากกับการขจัดออก ราวกับใช้กาวพลังช้างสารที่บริเวณชั้นวางสบู่ รวมไปถึงกล่องสบู่อีกด้วย


สำหรับการขจัดคราบเหล่านี้ การขัดถูเฉย ๆ นั้น อาจต้องใช้แรงเกินกว่าอาหารที่ทานเข้าไป โดยเฉพาะคราบที่เกิดจากน้ำกระด้าง วิธีการต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

- สวมถุงมือไวนิลเพื่อป้องกันสารเคมี
- ผสมผงสบู่เข้ากับไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ นำไปขัดบริเวณคราบเปื้อน
- ทิ้งให้แห้ง
- ล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้เงางามด้วยผ้านุ่มหรือหนังชามัวร์
สำหรับคราบเกาะที่เหนียวแน่นเกินกว่าสูตรทำความสะอาดข้างต้น ให้ใช้สารเคมีขจัดคราบหินปูนแทน จะช่วยให้หลุดออกได้ แต่เพิ่มเกราะกันภัยอีกหน่อย คือ สวมแว่นนิรภัยและผ้าคาดจมูกไว้ด้วย เพราะเป็นสารเคมีอันตราย

ส่วนการรักษาให้สะอาดเสมอ ไม่ต้องลงมือขัดถูนั้นให้ใช้กระดาษทิสชู่ ชุบน้ำมะนาวเช็ดเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ชั้นวางสบู่ของคุณเป็นศูนย์กลางแห่งความสะอาดของห้องน้ำอย่างแท้จริง
 
คืนชีพให้ม่านพลาสติคและประตูเลื่อนบานห้องน้ำ
                       

ม่านพลาสติกและประตูเลื่อนบังตา นอกจากจะช่วยป้องกันน้ำท่วม(ห้องน้ำ)แล้ว ยังช่วยแอบซ่อนฝักบัวโครเมี่ยมที่หม่นมัว หรืออ่างอาบน้ำที่คราบเขรอะได้อีกด้วย(แม้ว่าใจจริงคุณจะไม่อยากทำอย่างนี้เลยก็ตาม) แต่จะเป็นอย่างไร หากว่าม่านพลาสติกหรือประตูเลื่อนซึ่งช่วยซุกซ่อนสิ่งที่ไม่พึงจะโชว์นั้น กลับสกปรกและหม่นเสียเอง ถ้าเป็นเช่นนั้น คงถึงเวลาเสียทีที่จะทำความสะอาดให้ม่านหรือประตูเลื่อนบังตา (และเบื้องหลังม่านนั้นด้วย) ให้สะอาดเอี่ยมได้แล้ว

ชุบชีวิตม่านให้ฟื้นคืน
ช้าก่อน! หากคุณกำลังจะกระชากม่านพลาสติกทิ้งลงถัง แล้วเปลี่ยนผืนใหม่ล่ะก็ ขอแนะนำให้ลองซักด้วยเครื่องซักผ้า โดยใช้น้ำยาซักผ้าขาว 1/2 ถ้วยตวง ผสมกับน้ำยาปรับสภาพน้ำกระด้างลงไป 1 ถ้วย จะช่วยละลายคราบสบู่ที่มาเกาะแกะอยู่บนผ้าพลาสติกให้หลุดออกได้

สำหรับวิธีการป้องกันจุดกระด่างกระดำจากเชื้อรา ซึ่งมักจะมาเยือนอยู่บ่อย ๆ ให้หงุดหงิดรำคาญใจนั้น เมื่อใช้เสร็จแต่ละคราว ให้คลี่ม่านออก เพื่อไม่ให้อับชื้น นอกเหนือจากตัวม่านแล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ต้องดูแล นั่นก็คือ วงแหวนพลาสติกสำหรับรูดม่านไปตามราวแขวนให้ลื่นไหลไม่ติดขัด วิธีการง่าย ๆ ก็คือ ทาราวแขวนม่านด้วยปิโตรเลียมเจลบาง ๆ แค่นี้ คุณก็ไม่ต้องเผชิญกับเรื่องเล็ก ๆ แต่น่ากวนใจอีก

ประตูเลื่อนบังตา ไม่กวนตา
ไม่มีอะไรที่จะทำให้เพิ่มเติมความสวยงามให้ห้องน้ำของคุณให้สวยงามได้เท่ากับประตูเลื่อนสวยเก๋สักบานกั้นระหว่างพื้นที่สำหรับอาบน้ำและพื้นที่แห้งภายในห้องน้ำ แต่การรักษาความงามให้คงสภาพนาน ๆ กลับเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนมองข้ามไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่สายเกินไปที่จะช่วยให้ประตูนั้นสวยงามดังเดิม

การทำความสะอาดประตูเลื่อน ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาเช็ดกระจกเช็ดถูให้สะอาด จะช่วยเพิ่มความเงางามแก่กระจกได้ ส่วนลูกบิดโลหะ และส่วนอื่น ๆ ที่เป็นโลหะของประตู อย่าลืมใช้ครีมขัดโลหะขัดถูให้เงาเสียด้วย เพราะเป็นส่วนที่ดักจับฝุ่นละอองต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี


เมื่อจัดการกับม่านพลาสติกและประตูเลื่อนเรียบร้อย คุณจะพบว่า ความงามภายในห้องน้ำรักษาได้ไม่ยากเลย หากใส่ใจสักนิดกับสิ่งที่คุณมักจะมองข้ามละเลยไป
                                                                 
 ตะกร้าจำเป็นเพื่อห้องน้ำสะอาด
 
                          

เรื่องการทำความสะอาดบ้าน คุณมักจะเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้พร้อมสรรพเสมอ ไม่ว่าจะไม้กวาดดอกหญ้าหรือไม้กวาดอ่อน ไม้ขนไก่ ไม้กวาดหยากไย่ ไม้ถูพื้น และอีกสารพัดไม้ ยังไม่พอ บางบ้านยังมีเครื่องดูดฝุ่นเพิ่มเติม น้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ อีกเล่า ในขณะที่ห้องน้ำก็ต้องการความสะอาดและต้องใส่ใจมากด้วย เพราะเป็นห้องที่พร้อมจะสกปรกง่ายที่สุด เนื่องจากเป็นห้องที่เปียกน้ำ และอับชื้นเสมอ รวมไปถึงคราบต่าง ๆ อีก

แล้วคุณมีอุปกรณ์สำหรับการทำความสะอาดห้องน้ำพร้อมแล้วหรือยัง นี่เลยตะกร้าคู่กายนางซินประจำห้องน้ำ ควรจะบรรจุอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อไปนี้ไว้เสมอ


น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ควรจะเลือกชนิดที่อ่อนโยนเสียหน่อย เพื่อความปลอดภัยต่อคนในครอบครัว และควรจะมีสารฆ่าเชื้อโรคด้วย ซึ่งคุณเลือกซื้อได้ตามสะดวกได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของชำทั่วไป

น้ำยาทำความสะอาดชักโครก มีให้เลือกนานาชนิดเช่นกัน ซึ่งคุณเลือกซื้อหาได้ตามความพอใจ ไม่ว่าจะเป็นสูตรธรรมดาสำหรับทำความสะอาดทุกวัน หรือสูตรขจัดคราบพิเศษ หรือชนิดขวดที่ง่ายต่อการทำความสะอาดขอบ

เบกกิ้งโซดา หรือโซเดียมไบคาร์บอเนต มีไว้ติดห้องน้ำก็จะดี สำหรับช่วยทะลุทะลวงท่อระบายน้ำที่อุดตันให้น้ำได้เดินทางไหลลื่นได้ดังเดิม

ผ้าขี้ริ้ว ควรจะเป็นผ้าฝ้ายนุ่ม ๆ เช่น ผ้าขนหนู ผ้าจากเสื้อยืดคอกลมเก่า ๆ หรือหนังชามัวร์ก็ยิ่งแจ๋ว เตรียมไว้สัก 2-3 ผืน หรือฟองน้ำ เลือกที่เนื้อแน่น ๆ และขนาดใหญ่หน่อย ยิ่งมีด้ามจับกระชับมือ จะยิ่งใช้งานได้ถนัดถนี่ขึ้น

ฝอยขัดพื้นขนาดใหญ่ เลือกชนิดที่เหมาะสำหรับการขัดพื้นผิวที่เหมาะกับห้องน้ำของคุณ โดยดูจากฉลากของผลิตภัณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดรอยขูดขีดกับพื้นผิวบางชนิด แต่หากเป็นพื้นหินอ่อนละก็ ห้ามให้ฝอยขัดเด็ดขาด

แปรงไนลอนสำหรับขัดโถชักโครก จะช่วยในการทำความสะอาดชักโครกได้ง่าย และอย่าลืมเลือกที่ขนแปรงอ่อนสักหน่อย จะได้ไม่เป็นรอยขูดขีดทำลายความเงางาม

แปรงไนลอนขนอ่อนขนาดเล็ก หรือแปรงสีฟันเก่า ๆ สำหรับทำความสะอาดรอยยาปูนระหว่างแผ่นกระเบื้อง ซึ่งเป็นจุดที่สกปรกง่าย และเห็นได้ชัดเจนที่สุด

ถุงมือและรองเท้าบูทยาง สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง แต่หลายคนกลับลืมนึกถึง บ้างก็ละเลยไป ทั้ง ๆ ที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากสารเคมีที่นำมาใช้ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคภายในห้องน้ำที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้

ตะกร้าจำเป็นนี้ ควรวางไว้ประจำห้องน้ำในที่ที่คุณจะสามารถหยิบใช้ได้อย่างสะดวก แต่ควรระวังเด็ก ๆ ภายในบ้านที่อาจจะหยิบมาเล่นอย่างไม่ระวัง โดยเฉพาะน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ทางที่ดีควรล็อกไว้ เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนที่จะสายเกินไป
                                                            
 
 
ดูแลชักโครก...สุขภัณฑ์ที่ไม่อาจตัดขาดได้
                               


ชักโครก เครื่องสุขภัณฑ์ที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธความสัมพันธ์ได้ ดังนั้น การหมั่นคอยดูแลรักษาให้ชักโครกทำงานได้เป็นปกติสุข(ภัณฑ์) คุณก็จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข (ทั้งกายและใจ) เป็นอย่างยิ่ง

สละเวลาสักนิดพิชิตคราบให้ชักโครก
การดูแลรักษาชักโครกให้สะอาดปราศจากเชื้อโรคนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำ เพื่ออนามัยของคุณและครอบครัว แต่นอกเหนือจากความสะอาด ความเงางามนั้นก็เป็นสิ่งที่จะช่วยเชิดหน้าชูตาให้แก่เจ้าของบ้าน หากแขกที่มาเยี่ยมเยือนนั้น มีกิจธุระบางประการในห้องน้ำของคุณ

วิธีการพิชิตคราบสกปรกให้ชักโครกนั้น ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่คุณสามารถบีบเข้าใส่ริมโถด้านในได้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมคราบต่าง ๆ สะสมอยู่ จากนั้น ออกแรงขัดกันหน่อย ที่ด้านในโถชักโครกเรื่อยไปยังส่วนของคอห่าน ให้ลึกที่สุดเท่าที่คุณจะแหย่แปรงขัดชักโครกลงไปได้

สำหรับการขจัดคราบที่ติดแน่นให้เทน้ำยาซักผ้าขาวลงไปในโถ แล้วหาอะไรอย่างอื่นทำฆ่าเวลาสัก 10 นาที ก่อนที่จะขัดออก แต่ต้องระวัง หากจะผสมน้ำยาซักผ้าขาวเข้ากับน้ำยาทำความสะอาดอื่น ๆ อาจจะส่งกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และบางครั้ง อาจจะถึงขั้นก่อให้เกิดก๊าซพิษขึ้นมาก็เป็นได้ จึงควรใช้แต่น้ำยาซักผ้าขาวเพียงอย่างเดียว หากต้องการจะใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์โดยเฉพาะที่คุณจ่ายเงินซื้อมาจากร้านค้า ก็ไม่ต้องผสมกับน้ำยาใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ว่าจะผสมตามที่ฉลากกำหนดไว้

สุดท้าย ก็ทำความสะอาดฐานชักโครก และแผ่นรองนั่ง รวมทั้งฝาชักโครกให้สะอาด ด้วยน้ำยาซักผ้าขาวที่ใช้ทำความสะอาดตัวโถชักโครก ข้อควรระวังในการทำความสะอาดแผ่นรองนั่งและฝาชักโครกนั้น ก็คือ เลี่ยงวัสดุที่มีความแข็งหรือคม ในการขัด เพราะแผ่นรองนั่งและฝาชักโครกนั้น เป็นเพียงพลาสติกธรรมดา จึงเกิดรอยขูดขีดได้ง่าย


รักษาชักโครกให้ชักและ"โครก....!" เสมอ
ถ้าชักโครกของคุณนั้น ชักแล้วไม่ค่อยจะมีเสียงดัง "โครก...!" ดังที่เคยเป็นมาเสมอนั้น เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกแล้วว่า แรงดันน้ำไม่แรงพอที่จะขับไล่ไสส่งบรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่คุณไม่ต้องการออกไปจากสารบบชีวิตของคุณ สาเหตุอาจจะมาจากรูระบายน้ำริมโถเกิดการอุดตัน ซึ่งคุณไม่ต้องตามช่างมารักษาพยาบาลชักโครก เพียงใช้ลวดขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะเอามาจากไม้แขวนเสื้อ ค่อย ๆ แหย่เข้าไปเพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลออกมาได้

นอกจากนี้ คุณสามารถช่วยป้องกันอุปสรรคที่จะมาขวางทางเดินของน้ำจากถังเก็บน้ำได้อีก โดยการเติมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง (ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายของชำและชั้นขายส่วนผสมขนมเค้กตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป) ลงไปในถังน้ำสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากเบกกิ้งโซดานั้น จะช่วยรักษาค่าความเป็นด่างที่เหมาะสม และควบคุมกลิ่นจากซัลเฟต ที่คุณไม่พึงปรารถนาจะให้มากระทบโพรงจมูกได้อีกด้วย



      สะกัดน้ำไว้ไม่ให้ซึมพร่ำเพรื่อ
ปัญหาน้ำไม่ยอมไหลลงโถให้เพียงพอนั้นหายไป แต่หากปัญหาน้ำซึมจากถังไม่ยอมหยุด เงินคุณก็คงไหลออกไปไม่หยุดเหมือนกัน วิธีง่าย ๆ ที่จะป้องกันปัญหานี้ ก็คือ ใช้ปิโตรเลียมเจลรอบ ๆ ขอบยางของฝาจุก เพื่อจะเพิ่มพลังการปิดผนึกขณะที่เก็บกักน้ำเอาไว้


เรื่องของชักโครก จะไม่ก่อความยุ่งยากให้อีกเลย (นอกเสียจากว่าไม่เหลือที่ว่างไว้ให้คุณทิ้งของเสียลงไปได้อีก) หากคุณคอยดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และหมั่นทำเป็นประจำอย่างน้อย ๆ สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ก็ห้องน้ำ เป็นอีกห้องหนึ่ง ที่ยังไงก็ตัดสัมพันธ์กันไม่ขาดนี่นา                   
                                                    
 
วิธีใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกวิธี

สนับสนุนข้อมูลโดย ฮาโก้

น้ำ เป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่หลายคนอาจไม่เห็นคุณค่าของน้ำเท่าที่ควร เพระเห็นว่าน้ำมีอยู่ในปริมาณมากซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าพลังงานใด ๆ ก็ตาม สักวันก็ต้องหมดไปดังนั้น เราควรรู้จักการใช้น้ำอย่างประหยัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้น้ำในชีวิตประจำวันของเรา ตามวิธีที่การประปานครหลวงเค้าว่าไว้กันดีกว่า

การอาบน้ำ
การใช้ฝักบัวจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยที่สุด รูฝักบัวยิ่งเล็กยิ่งประหยัดน้ำ ปิดฝักบัวในขณะที่ถูสบู่ จะใช้น้ำเพียง 30 ลิตร หากไม่ปิดจะใช้น้ำถึง 90 ลิตร และหากใช้อ่างอาบน้ำจะใช้น้ำถึง 110-200 ลิตร

การโกนหนวด
โกนหนวดแล้วใช้กระดาษเช็ดก่อน จึงใช้น้ำจากแก้วมาล้างอีกครั้ง ล้างมีดโกนหนวดโดยการจุ่มล้างในแก้ว จะประหยัดกว่าล้างโดยตรงจากก๊อก

การแปรงฟัน
การใช้น้ำบ้วนปากและแปรงฟันโดยใช้แก้ว จะใช้น้ำเพียง 0.5-1 ลิตร การปล่อยให้น้ำไหลจากก๊อกตลอดการแปรงฟัน จะใช้น้ำถึง 20-30 ลิตรต่อครั้ง


การใช้ชักโครก
การใช้ชักโครกจะใช้น้ำถึง 8-12 ลิตรต่อครั้ง เพื่อการประหยัด ควรใช้ถุงบรรจุน้ำมาใส่ในโถน้ำ เพื่อลดการใช้น้ำ และควรติดตั้งโถปัสสาวะและโถส้วมแยกจากกัน

การซักผ้า
ขณะทำการซักผ้าไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา จะเสียน้ำถึง 9 ลิตร/นาที ควรรวบรวมผ้าให้ได้ มากพอต่อการซักแต่ละครั้งทั้งการซักด้วยมือและเครื่องซักผ้า

การล้างถ้วยชามภาชนะ
ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรกออกก่อนแล้วล้างพร้อมกันในอ่างน้ำ จะประหยัดเวลา และให้ความสะอาดมากกว่าล้างจากก๊อกโดยตรง ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำ 9 ลิตร/นาที

การล้างผักผลไม้
ใช้ภาชนะรองน้ำเท่าที่จำเป็นล้างผัก ผลไม้ ได้สะอาดและประหยัดกว่าเปิดล้างจากก๊อกโดยตรง ถ้าเป็นภาชนะที่ยกย้ายได้ ยังนำน้ำไปรดต้นไม้ได้ด้วย

การเช็ดพื้น
ควรใช้ภาชะนะรองน้ำและซักล้างอุปกรณ์ในภาชนะก่อนที่จะนำไปเช็คถู จะใช้น้ำน้อยกว่าการใช้สายยางฉีดล้างทำความสะอาดพื้นโดยตรง


การรดน้ำต้นไม้
ควรใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการใช้สายยางต่อจากก๊อกน้ำโดยตรง หากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ก็ควรใช้สปริงเกิลร์หรือใช้น้ำที่เหลือจากกิจกรรมอื่นมารดต้นไม้ ก็จะช่วยประหยัดน้ำลงได้

การล้างรถ
ควรรองน้ำใส่ถังน้ำ แล้วใช้ผ้าจุ่มน้ำในถัง เพื่อเช็ดทำความสะอาดแทนการใช้สายยางฉีดน้ำโดยตรง ซึ่งจะเสียน้ำปริมาณมากถึง 150-200 ลิตร/นาที

หากสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการใช้น้ำที่ควรใช้จริงอย่างถูกวิธีไม่เปิดน้ำทิ้งระหว่างการใช้น้ำหรือปล่อยให้น้ำล้นจะสามารถลดการใช้น้ำได้ถึง 20-50% ทีเดียว

ที่มา
http://www.homeandi.com/







Copyright © 2011 All Rights Reserved.
สยาม อาร์ต กลาส
บริษัท บ้านแพร จำกัด
Copyright © 2000-2015 All Rights Reserved.
HOTLINE : 083-9993335,083-9149555
เว็บไซต์ : www.siamartglass.com
E-mail : sag@siamartglass.com